Showing results for “wordpress”

5 results found

  • เปิดโหมด Debug ใน wordpress

    Topic
    Save Pongsiri 5 months ago

    ตั้งค่าที่ไฟล์ wp-config.php define('WP_DEBUG', true);

  • WP Optimize ปลั๊กอินกำจัดขยะสำหรับเวิร์ดเพรส

    Article
    Panachai Meetun 5 months ago

    WP Optimize ลงปลั๊กอินนี้ไว้เปรียบเสมือนมีแม่บ้านประจำตัว ที่จะคอย ปัด กวาด เช็ด ถู ช่วยให้ Database เราสะอาดไม่รกรุงรังอีกต่อไป แถมขนาดของ Database ก็เล็กลงด้วยนะ ส่งผลให้เว็บเราทำงานได้เร็วขึ้น ผมนำไปติดตั้งให้กับเว็บลูกค้าที่ผมดูแลอยู่โดยก่อนใช้ปลั๊กอิน Database มีขนาด 1 GB ใหญ่มาก ๆ เว็บลูกค้าเป็นเว็บบทความปกตินะครับไม่ใช่เว็บ E-Commerce หลังจากที่ผมลงปลั๊กอิน WP Optimize แล้ว ขนาดของ Database เหลืออยู่เพียง 24 MB เท่านั้นลดลง 900 MB เลยใช้ WooCommerce ควรลง        สำหรับร้านค้าที่ใช้ WooCommerce ควรจะลงไว้ครับเพราะ WooCommerce เองมันมีฟีเจอร์ Geo Location สำหรับเก็บข้อมูล Location และ IP Address ของ User ที่เข้ามาใช้งานเว็บเราไว้ทำให้ Database เราจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติตัวปลั๊กอินก็จะช่วยตรงนี้ได้ครับติดตั้งปลั๊กอิน    โหลดได้ที่ คลิกวิธีใช้งาน        หลังจากติดตั้งแล้วให้เราสังเกตจะมีเมนู WP Optimize โผล่ขึ้นมา คลิกเข้าไปเลยแล้วจะเจอหน้าตาสำหรับการตั้งค่าประมาณนี้ (ตั้งค่าตามภาพได้เลย) ตั้งเวลา Optimizeเราสามารถตั้งเวลาให้ปลั๊กอิน Optimize Database ให้เราได้ด้วยจะได้ไม่ต้องมาคอยกด Optimize เองยิ่งใครมีเว็บที่ต้องดูแลเยอะ ๆ นี้สบายเลย ตั้งเป็น วันละครั้ง อาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้ง ก็ตามใจเราเลย โดยจากภาพตั้งไว้ที่ อาทิตย์ละ 1 ครั้งเสร็จแล้ว

  • ป้องกัน Spam บนเว็บของคุณ ด้วย reCAPTCHA

    Article
    Save Pongsiri 5 months ago

    reCAPTCHA พัฒนาโดย Google เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เว็บไซต์โดน Spam จากพวกบอทต่างๆ ที่แฝงตัวเข้ามาโจมตีเว็บไซต์ของเราแบบเงียบๆวิธีป้องกันก็คือให้ user เป็นคนยืนยันเลยว่าตัวเองเป็นคน ไม่ใช่บอท โดยจะให้ user เป็นคนตอบคำถามบางอย่างที่บอทไม่สามารถตอบได้ เช่น ให้เลือกรูปที่คล้ายกับรูปตัวอย่างแบบนี้ สโลแกนคือ "ยากสำหรับบอท ง่ายสำหรับคน"เปิดใช้งาน reCAPTCHAเข้าไปที่เว็บ https://www.google.com/recaptcha (จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบโดยใช้บัญชี gmail ของเราก่อน) แล้วคลิกปุ่ม "My reCAPTCHA" จะเจอฟอร์มให้ลงทะเบียนเว็บไซต์ของเรา และมี 3 ประเภทให้เลือกครับ1. reCAPTCHA v2 (มีช่อง checkbox คลิกแล้วให้ user เลือกรูปภาพ)2. Invisible reCAPTCHA (ทำงานเบื้องหลัง ไม่แสดงให้เห็น)3. reCAPTCHA Android (สำหรับใช้งานบน Android)ในที่นี้เลือกเป็น reCAPTCHA v2 ครับ ส่วนช่องโดเมนสามารถใส่โดเมนที่จะใช้งานได้หลายโดเมนนะครับเสร็จแล้วเราก็จะได้กุญแจ มาใช้งาน 2 อันคือ Site key ไว้ใช้งานกับฟอร์มและ Secret key ไว้เชื่อมต่อกับ Google (เก็บไว้เป็นความลับด้วยนะครับ) การติดตั้งบนเว็บไซต์ในช่อง Step 1 ให้ Copy โค้ดทั้งสองอัน ไปวางในหน้าเว็บของเราครับในหน้านี้เราอาจเขียนสคริปต์ป้องกันไม่ให้คนกด submit ก่อนใส่ reCAPTCHA โดยการ disabled ปุ่ม submit ไว้ก่อน แล้วเขียน function เปิดใช้ปุ่มเมื่อได้รับ callback จาก reCAPTCHA ก่อนแบบนี้แล้วก็เพิ่ม data-callback ที่ .g-recaptcha ด้วยนะครับส่วนที่ฝั่ง Server side หรือฝั่งหน้ารับค่าข้อมูลก็ให้เขียนเช็คด้วยว่าพารามิเตอร์ g-recaptcha-response ที่ submit เข้ามาเป็นค่าที่ถูกต้องจริงๆ โดยการ call api ไปหา google ตามตัวอย่างนี้ (เปลี่ยน your_secretekey ด้วยนะ)$captcha;       if(isset($_POST['g-recaptcha-response'])){  $captcha=$_POST['g-recaptcha-response']; $response=json_decode(file_get_contents("https://www.google.com/recaptcha/api/siteverify?secret=your_secretkey&response=".$captcha."&remoteip=".$_SERVER['REMOTE_ADDR']), true);        }if($response['success'] == true){    // Your Code Here}การติดตั้งบน Wordpressมีปลั๊กอินให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งได้หลายตัวเลย ขอตัวอย่างแบบ Invisible reCAPTCHA บ้างนะครับ ค้นหาและติดตั้งปลั๊กอินชื่อ Invisible reCaptcha for WordPress นะครับคลิกปุ่ม "ใช้งาน" แล้วเข้าไปตั้งค่าโดยคลิกที่เมนู Settings -> Invisible reCaptchaแล้วใส่ข้อมูล Site Key และ Secrete Key ของเราครับ จะเลือกภาษาหรือตั้งก็ค่าตำแหน่งการแสดงด้วยก็ได้ครับและเลือกด้วยว่าจะให้ป้องกันที่หน้าไหนบ้างเสร็จแล้ว Invisible reCaptcha จะแสดงสัญลักษณ์แบบนี้ที่หน้าที่เราต้องการให้ป้องกันครับ

  • เขียนเว็บให้รองรับ URL ภาษาไทย

    Article
    Save Pongsiri 6 months ago

    เราก็รู้กันอยู่แล้วว่า URL ที่ Friendly และมี Keyword อยู่ด้วยจะทำให้โอกาสติด SEO นั้นมีมากขึ้น และเรื่องความสวยงามสบายตาด้วยเช่นกันดังนั้นบทความนี้ขอตัวอย่างสั้น ๆ ตอนทำ URL ภาษาไทย มาให้ดูครับโค้ดด้านล่างนี้เป็น method นึงที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อแปลง Title ของโพสที่อ่านอยู่นี้ให้เป็น Slug คือตัดอักขระที่จะทำให้ลิงค์พังออก เช่น ? & # : / \ + - = ! ... พวกนี้ทำให้ URL ของเราไม่สามารถเปิดได้ ก็เลยต้องการฟังก์ชั่น preg_replace() และ str_replace ในการค้นหาอักขระเหล่านั้นและแปลงมันเป็นตัวที่ความหมายเดียวกันใช้แทนกันได้ซะ เช่น & เป็น -and- แบบนี้ อักขระอื่นก็ใช้ Regular Expressions มาด้วยหาครับ     function convertToSlug($string)    {        return preg_replace('/[^A-Za-z0-9ก-๙\-]/u', '-',str_replace('&', '-and-', $string));    }ผลลัพธ์คือสมมติว่า Title คือ "วิธีการทำ Login with Facebook และ Social อื่น ๆ ด้วย Laravel Socialite" จะถูกแปลงเป็น"วิธีการทำ-login-with-facebook-และ-social-อื่น-ๆ-ด้วย-laravel-socialite" แบบนี้ส่วนถ้าใครอยากให้แปลงชื่อหัวข้อเป็น Slug ทันทีเลยที่พิมพ์เสร็จก็เขียน JavaScript ฟังก์ชั่นขึ้นมาครับ        $('#title').on('blur', function(){            var theTitle = this.value.toLowerCase().trim(),                slugInput = $('#slug'),                theSlug = theTitle.replace(/&/g, '-and-')                                    .replace(/[^a-z0-9ก-๙-]+/g, '-')                                    .replace(/\-\-+/g, '-')                                    .replace(/^-+|-+$/g, '');                                slugInput.val(theSlug);        }); ผลลัพธ์ก็จะเหมือนแบบใน Wordpress เลย และรองรับอักขระภาษาไทยด้วยเช่น ' ้ ๊ ๋ หวังว่าจะได้ประโยชน์จากการใช้งานและประยุกต์ใช้กันนะครับ

  • ย้ายเว็บ Wordpress ด้วยปลั๊กอิน All-in-One WP Migration แค่คลิกเดียว

    Article
    Save Pongsiri 6 months ago

    หากพูดถึงการย้าย Host สำหรับชาว Wordpress แล้วละก็หลายคนคิดว่าคงจะไม่เรื่องสยองไม่ใช่น้อย เพราะแค่ไฟล์ Wordpress ก็เยอะมากอยู่แล้ว ยังต้องย้าย Database ไปด้วยอีก พอย้ายไปแล้วก็ต้องการเช็ต Domain ที่เปลี่ยนใหม่อีกด้วย สยองมั้ยล่ะ :oนี่คือสาเหตุที่ปลั๊กอิน All-in-One WP Migration ตอบโจทย์มาก ๆ ในเรื่องนี้เพราะมันสามารถ Export ข้อมูลทุกอยู่ที่ว่ามา ไป Import ใน Host ใหม่ที่ต้องการในไฟล์เดียว ย้ำแค่ไฟล์เดียวติดตั้งเลยสิรอไรเข้าไปที่หน้า Add Plugins แล้วค้นหาว่า All-in-One WP Migration เจอแล้วก็กด Install Now ด้วยจ้าา เสร็จแล้วก็กด Activate พร้อมใช้งานละ สังเกตที่เมนู จะมีเมนูชื่อว่า All-in-One WP Migration ขึ้นมาแล้ว เปิดเมนู แล้วคลิก Export เราก็จะมาที่หน้า Export Site ดูตรงช่อง Export To จะมีให้เราเลือกว่าจะ Export เป็นอะไร ซึ่งในที่นี้ผมขอเลือกเป็น File ครับรอให้ระบบสร้างไฟล์ให้เราครับ เสร็จแล้วเราก็ Download ไฟล์มาเก็บไว้ที่เครื่องที่โฮสใหม่ของเรา ผมได้ติดตั้ง Wordpress แบบว่างเปล่าไม่อะไรเลยเอาไว้ แล้วก็ติดตั้งปลั๊กอินตัวเดียวกันคือ All-in-One WP Migration ไว้ด้วยแต่ทีนี้เราเข้าที่เมนู Import ครับ ที่ช่อง Import From ก็เลือกเป็นแบบ File แล้ว Open ไฟล์ .wpress ที่เราดาวน์โหลดมาไว้แล้วระบบจะอัพโหลดไฟล์ และเตือนเราว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกทับด้วยไฟล์ข้อมูลจาก Wordpress เดิม ซึ่งเราก็ต้องการอย่างนั้นหนิ ก็ลุยเลยก็ Continue ต่อไปเลยครับเสร็จแล้วเขาได้กอดเธอไหม เสร็จแล้วเขาหันหลังให้ ไม่ใช่ ๆ เสร็จแล้วก็ให้ไปตั้งค่า Permalinks Settings อีกทีนึงครับคลิกที่ Permalinks Settings แล้ว Login ด้วย User ของ Wordpress เดิมเลยครับ ตั้งค่า Permalinks เป็นแบบที่เราต้องการแล้วกด Save Changes ได้เลยครับดูหน้าเว็บได้เลยครับ ตอนนี้จะเห็นว่าเปลี่ยนเป็นเว็บที่เราย้ายมาเรียบร้อยแล้วครับ