Showing results for “windows”

7 results found

  • วิธีตั้งค่าเก็บ Log ของ Windows Firewall

    Article
    Panachai Meetun 6 months ago

    405x450 (Original: 0x0)วิธีการตั้งค่าเก็บ Log ของ Windows Firewall1.ไปที่ Start เมนู > พิมพ์ค้นหา้คำว่า Windows Firewall Advanced > จากนั้นคลิกที่ Windows Firewall with Advanced Security2.คลิกที่เมนู Properties3.คลิกที่แท็บ Public Profile > ไปที่ Logging > คลิก Customize…4.รายการชื่อ Log successful connections > เลือก Yes > คลิก OK5.ตรวจสอบ Firewall State > ต้องเป็น On (recommended) > คลิก OK** เสร็จขั้นตอนการตั้งค่าเก็บ Log **วิธีการดู Log ของ Windows Firewall1.ไปที่ C:\Windows\System32\LogFiles\Firewall2.ไฟล์ชื่อ pfirewallประโชยน์จากการตั้งค่า– เอาไว้ตรวจสอบรายละเอียดการเชื่อมต่อต่างๆเข้ามาที่เครื่อง (โดยเฉพาะเวลาโดนโจมตี)– ยกตัวอย่างจากรูปด้านล่างนี้ ซึ่งกำลังถูกโจมตีด้วยรูปแบบ UDP Flood และ TCP Port 80 (หน้าเว็บ)UDP Flood > จากรูปโจมตีเข้ามาที่ Port 2302

  • วิธีติดตั้ง Composer บน Windows

    Article
    Panachai Meetun 6 months ago

    Download  Composer-Setup.exe1.กด Next2.เลือกที่อยู่ของไฟล์ (แนะนำให้ติดตั้งไว้ที่ไดร์ C:) กด Next3.รอติดตั้งโปรแกรมจนเสร็จ4.กด Next5.จากนั้น กด Install (และรอให้โปรแกรมติดตั้งสักครู่)6.กด Next7.กด Finish 

  • ติดตั้ง IIS server ผ่าน Windows PowerShell ง่ายๆ

    Article
    Panachai Meetun 6 months ago

    ลง iis server แบบง่ายๆ คำสั่ง ดังนี้1.Import-Module ServerManager2.Add-WindowsFeature as-net-framework3.servermanagercmd -install web-server -allsubfeatures( รอให้โปรแกรมโหลดเสร็จ )4.exit ออกจาก Windows PowerShell  เป็นอันเสร็จ

  • วิธีใช้ Disk Defragment And Optimize ใน Windows 10 ให้ข้อมูลเปิดได้เร็วขึ้น

    Article
    Panachai Meetun 6 months ago

    1.ขั้นแรกก็ให้เปิด Optimize Drives ขึ้นมาก่อนครับ ซึ่งใน Windows 10 ก็ทำได้ง่ายๆ นั้นคือที่ช่องค้นหา (Search box) ให้พิมพ์ “defrag” แล้วก็คลิก Defragment and Optimize Drives เปิดขึ้นมาครับ2.จากนั้นก็จะเห็นรายการพาสทิชั่นที่อยู่ในเครื่องคอมฯ ให้คลิกเลือกไดรฟ์ (C:) แล้วก็คลิกปุ่ม Optimize3.รอจนเครื่องทำเสร็จ ระหว่างนี้หากมีการเปิดใช้งานอะไรก็อาจจะช้าและ หากเป็นดูที่ Task Manager ก็จะเห็นว่า Disk ทำงานค่อนข้างสูง และอาจจะใช้งานเวลาหลายนาทีอยู่เช่นเดียวกันครับ   

  • How to Change the Administrator Password in Windows Server 2003, 2008 R2, or 2012

    Article
    Panachai Meetun 6 months ago

    วิธีการเปลี่ยนรหัสผ่าน Windows Server 2008 R2 หรือ 2012Change your Server Administrator Password in Windows Server 2008,2012Log into your server via Remote Desktop.Press your Windows key and type Administrative Tools.Double click on Computer Management.Expand Local Users and Groups.Click on Users. Right click on Administrator. Click on Set Password > Proceed.Type your new password in both fields then press OK.

  • ปัญหา FileZilla Server Could not load TLS libraries.

    Article
    Panachai Meetun 6 months ago

    ปัญหาเปิดโปรแกรม FileZilla Server และขึ้น Could not load TLS libraries. Aborting start of administration interface. สามารถแก้ไขได้ดังนี้สำหรับ Windows 7 , Windows 2008 , Windows 2008R2ภาพขึ้น Erorr จะเป็นประมาณนี้ครับเริ่มต้นการแก้ไขโดยการ โหลดไฟล์ Update for Windows (KB2533623) ที่ขาดhttps://support.microsoft.com/en-us/kb/2533623หรือ Download ที่นี้ คลิกเพื่อดาวน์โหลดติดตั้งไฟล์ KB2533623 ที่เพิ่งโหลดมา เลือก Yesรอการติดตั้งสักครู่ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วให้เลือก Restartเมื่อเครื่อง Restart เสร็จแล้ว ทำการเปิดโปรแกรม FileZilla Server ก็จะสามารถใช้งานได้เรียบร้อยครับต้องการดาวน์โหลดโปรแกรม FTP Server ของ FileZilla Server ได้ที่ https://filezilla-project.org/download.php?type=serverสำหรับ Client แนะนำเป็น WinFCP ครับ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://winscp.net/eng/download.php

  • การติดตั้ง Laravel 5.6 แบบสมบูรณ์

    Article
    Save Pongsiri 6 months ago

    เซิร์ฟเวอร์ต้องมีอะไรบ้าง? Laravel เป็นเฟรมเวิร์คที่ไม่ต้องการทรัพยากรสูงมาก ยิ่งถ้าติดตั้งกับ Laravel Homestead เซิร์ฟเวอร์จำลองที่สร้างมาเพื่อ Laravel ก็แทบไม่ต้องการอะไรเพิ่มเลย ทาง Laravel เองก็ค่อนข้างเชียร์ให้เราใช้ Homestead เป็นเซิร์ฟเวอร์จำลองสำหรับพัฒนาในเครื่องของเราแต่ถ้าเราไม่ได้ใช้ Homestead ล่ะ? คำตอบคือ เราก็ต้องเตรียมเซิร์ฟเวอร์ของเราให้มีทรัพยากรพื้นฐานเลยตามนี้- PHP เวอร์ชั่นตั้งแต่ 7.1.3 ขึ้นไป- OpenSSL PHP Extension- PDO PHP Extension- Mbstring PHP Extension- Tokenizer PHP Extension- XML PHP Extension- Ctype PHP Extension- JSON PHP Extension(ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีมาให้กับเซิร์ฟทั่วไปอยู่แล้ว)เริ่มติดตั้งLaravel ใช้ Composer เป็นตัวจัดการเรื่อง Dependencies ดังนั้นก่อนใช้งาน Laravel ก็ควรต้องติดตั้ง Composer ลงในเรื่องของเราก่อนด้วย (วิธีติดตั้ง Composer Windows, Mac)ติดตั้งด้วย Laravel Installerเริ่มจากดาว์นโหลด Laravel Installer ด้วย Composercomposer global require "laravel/installer"เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถใช้คำสั่ง laravel new ตามด้วยชื่อโปรเจค เพื่อสร้างโปรเจคใหม่ได้เลยแบบนี้laravel new [ชื่อโปรเจคใหม่]หรือติดตั้งด้วยคำสั่ง Composer Create-Projectเป็นอีกวิธีนึงหากวิธีแรกใช้ไม่ได้ คือติดตั้งด้วยคำสั่ง create-project บน Terminalcomposer create-project --prefer-dist laravel/laravel [ชื่อโปรเจคใหม่]รันเซิร์ฟเวอร์ของเรากันเมื่อเราติดตั้ง Laravel ได้แล้วต่อไปเราก็มาลองรันเซิร์ฟเวอร์ ด้วยคำสั่ง PHP ในการสร้างเซิร์ฟเวอร์สำหรับพัฒนาให้กับเว็บของเราได้เลยphp artisan serveเว็บจะรันที่ http://localhost:8000 ตามค่าเริ่มต้น ถ้าอยากใช้ port อื่นก็พ่วง option ไปแบบนี้ php artisan serve --port=1234สิ่งที่ต้องตั้งค่าก่อนเริ่มเขียนเว็บPublic Directory ตั้งค่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ web root ให้เปิดจาก ไดเรคทอรี่ public ของเว็บเรา ไฟล์ public/index.php เป็นไฟล์ที่ใช้รันเว็บของเราตั้งค่าในไฟล์ค่าตั้งค่า ในไดเรคทอรี่ที่ชื่อว่า config จะมีไฟล์สำหรับตั้งค่าหลายไฟล์ เราสามารถตั้งค่า เช่น Database, Email หรืออื่น ๆ ได้เลยที่นี่สิทธิ์การเข้าถึงไดเรคทอรี่ มีบางไดเรคทอรี่ที่ต้องการสิทธิ์ในการเขียนข้อมูล เช่น storage และ bootstrap/cache ให้ตั้งค่า permission ให้สามารถเขียนข้อมูลได้ Application Key เรื่องคีย์นี้สำหรับมากว่าเราไม่ได้เซ็ตไว้ จะทำให้การเข้ารหัสข้อมูลของเราไม่ปลอดภัย ส่วนวิธีกำหนดคีย์ก็ไม่ยาก แค่เราเปลี่ยนชื่อไฟล์ .env.example เป็น .env แล้วรันคำสั่ง geneate ใน Terminalphp artisan key:generateตั้งค่าอื่น ๆ เพิ่มเติม หากต้องการความสมบูรณ์ของเว็บเพิ่มขึ้นก็ให้เขาไปตั้งค่าอื่น ๆ เช่น timezone และ locale ในไดเรคทอรี่ config/app.php ตั้งค่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ตั้ง URL ให้สวยงามสำหรับเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Apacheในโฟลเดอร์ public จะมีไฟล์ที่ชื่อว่า .htaccess ไว้สำหรับจัดการ URL ของเราไม่ให้เป็น index.php ใน URL ไฟล์นี้จะทำงานได้ ถ้าเครื่องเรามีการติดตั้งโมดูล mod_rewrite ไว้เรียบร้อยแล้วแต่ถ้า .htaccess ไม่ทำงาน ให้ลองให้คำสั่งด้านล่างนี้Options +FollowSymLinksRewriteEngine On RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-dRewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-fRewriteRule ^ index.php [L]สำหรับเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Nginxถ้าเราใช้ Nginx ง่าย ๆ แค่เพิ่มการตั้งค่าของ Site ด้วยคำสั่งด้านล่างนี้location / {    try_files $uri $uri/ /index.php?$query_string;}