background

การติดตั้ง Laravel 5.6 แบบสมบูรณ์

7 months ago ◦ 2,253 Views

การติดตั้ง Laravel 5.6 แบบสมบูรณ์

การติดตั้ง Laravel 5.6 แบบสมบูรณ์

เซิร์ฟเวอร์ต้องมีอะไรบ้าง?


Laravel เป็นเฟรมเวิร์คที่ไม่ต้องการทรัพยากรสูงมาก ยิ่งถ้าติดตั้งกับ Laravel Homestead เซิร์ฟเวอร์จำลองที่สร้างมาเพื่อ Laravel ก็แทบไม่ต้องการอะไรเพิ่มเลย ทาง Laravel เองก็ค่อนข้างเชียร์ให้เราใช้ Homestead เป็นเซิร์ฟเวอร์จำลองสำหรับพัฒนาในเครื่องของเรา

แต่ถ้าเราไม่ได้ใช้ Homestead ล่ะ? คำตอบคือ เราก็ต้องเตรียมเซิร์ฟเวอร์ของเราให้มีทรัพยากรพื้นฐานเลยตามนี้

  • - PHP เวอร์ชั่นตั้งแต่ 7.1.3 ขึ้นไป
  • - OpenSSL PHP Extension
  • - PDO PHP Extension
  • - Mbstring PHP Extension
  • - Tokenizer PHP Extension
  • - XML PHP Extension
  • - Ctype PHP Extension
  • - JSON PHP Extension

(ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีมาให้กับเซิร์ฟทั่วไปอยู่แล้ว)


เริ่มติดตั้ง


Laravel ใช้ Composer เป็นตัวจัดการเรื่อง Dependencies ดังนั้นก่อนใช้งาน Laravel ก็ควรต้องติดตั้ง Composer ลงในเรื่องของเราก่อนด้วย (วิธีติดตั้ง Composer Windows, Mac)

ติดตั้งด้วย Laravel Installer
เริ่มจากดาว์นโหลด Laravel Installer ด้วย Composer

composer global require "laravel/installer"

เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถใช้คำสั่ง laravel new ตามด้วยชื่อโปรเจค เพื่อสร้างโปรเจคใหม่ได้เลยแบบนี้

laravel new [ชื่อโปรเจคใหม่]

หรือติดตั้งด้วยคำสั่ง Composer Create-Project
เป็นอีกวิธีนึงหากวิธีแรกใช้ไม่ได้ คือติดตั้งด้วยคำสั่ง create-project บน Terminal

composer create-project --prefer-dist laravel/laravel [ชื่อโปรเจคใหม่]

รันเซิร์ฟเวอร์ของเรากัน
เมื่อเราติดตั้ง Laravel ได้แล้วต่อไปเราก็มาลองรันเซิร์ฟเวอร์ ด้วยคำสั่ง PHP ในการสร้างเซิร์ฟเวอร์สำหรับพัฒนาให้กับเว็บของเราได้เลย

php artisan serve

เว็บจะรันที่ http://localhost:8000 ตามค่าเริ่มต้น ถ้าอยากใช้ port อื่นก็พ่วง option ไปแบบนี้

php artisan serve --port=1234


สิ่งที่ต้องตั้งค่าก่อนเริ่มเขียนเว็บ


Public Directory ตั้งค่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ web root ให้เปิดจาก ไดเรคทอรี่ public ของเว็บเรา ไฟล์ public/index.php เป็นไฟล์ที่ใช้รันเว็บของเรา

ตั้งค่าในไฟล์ค่าตั้งค่า ในไดเรคทอรี่ที่ชื่อว่า config จะมีไฟล์สำหรับตั้งค่าหลายไฟล์ เราสามารถตั้งค่า เช่น Database, Email หรืออื่น ๆ ได้เลยที่นี่

สิทธิ์การเข้าถึงไดเรคทอรี่ มีบางไดเรคทอรี่ที่ต้องการสิทธิ์ในการเขียนข้อมูล เช่น storage และ bootstrap/cache ให้ตั้งค่า permission ให้สามารถเขียนข้อมูลได้ 

Application Key เรื่องคีย์นี้สำหรับมากว่าเราไม่ได้เซ็ตไว้ จะทำให้การเข้ารหัสข้อมูลของเราไม่ปลอดภัย ส่วนวิธีกำหนดคีย์ก็ไม่ยาก แค่เราเปลี่ยนชื่อไฟล์ .env.example เป็น .env แล้วรันคำสั่ง geneate ใน Terminal

php artisan key:generate

ตั้งค่าอื่น ๆ เพิ่มเติม หากต้องการความสมบูรณ์ของเว็บเพิ่มขึ้นก็ให้เขาไปตั้งค่าอื่น ๆ เช่น timezone และ locale ในไดเรคทอรี่ config/app.php 


ตั้งค่าเว็บเซิร์ฟเวอร์


ตั้ง URL ให้สวยงาม

สำหรับเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Apache
ในโฟลเดอร์ public จะมีไฟล์ที่ชื่อว่า .htaccess ไว้สำหรับจัดการ URL ของเราไม่ให้เป็น index.php ใน URL ไฟล์นี้จะทำงานได้ ถ้าเครื่องเรามีการติดตั้งโมดูล mod_rewrite ไว้เรียบร้อยแล้ว

แต่ถ้า .htaccess ไม่ทำงาน ให้ลองให้คำสั่งด้านล่างนี้

Options +FollowSymLinks
RewriteEngine On
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-d
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-f
RewriteRule ^ index.php [L]

สำหรับเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Nginx
ถ้าเราใช้ Nginx ง่าย ๆ แค่เพิ่มการตั้งค่าของ Site ด้วยคำสั่งด้านล่างนี้

location / {
    try_files $uri $uri/ /index.php?$query_string;
}




#laravel #laravel5.6 #tutorial

View count: 2,253
  • avatar
  • Save Pongsiri ศิลปินด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ มีเป้าหมายคือพัฒนาตัวเองให้ยืดหยุ่นที่สุด ชอบความเรียบง่าย,ดนตรี,กีฬา และแมว